กรุณาเปิดการใช้งาน JavaScript ในเบราเซอร์ เพื่อใช้งานเว็บไซต์นี้ได้อย่างสมบูรณ์
Please enable JavaScript for full browsing experience.

แผนผังเว็บไซต์ | Sitemap
แนะนำคณะ
สารจากคณบดี

ในโลกปัจจุบัน ที่เป็นยุคของการสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค จนเกิดเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ที่รู้จักกันในชื่อของ AEC กอปรกับสภาพทางสังคมและสิ่งแวดล้อมระดับมหภาคที่เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ศาสตร์ด้านสถาปัตยกรรมได้ดำเนินมาเป็นระยะเวลานาน โดยมุ่งเน้นความเป็นช่าง และความเป็นศิลปิน จึงมักได้รับการมองว่าแปลกแยกตัวจากสภาพความเป็นจริงของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพสังคมแห่งอนาคต ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ถึงเวลาที่เราจะกลับมาพิจารณาจุดยืนของวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมอย่างจริงจัง เพื่อการสร้างสถาปนิกยุคใหม่ ที่ตอบสนองต่อสังคมแห่งอนาคต นับเป็นหน้าที่หลักที่สำคัญที่สุดของสถาบันการศึกษาอย่างคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้

ในรอบระยะเวลา 13 ปีเศษ ที่คณะฯ ได้เปิดการเรียนการสอนมา เราเป็นที่รู้จักของสังคมในทิศทางการเรียนรู้ที่อยู่บนพื้นฐานของตรรกะทางวิทยาศาสตร์ หลักสูตรสถาปัตยกรรมตรีควบโท 4+2 ที่ผลิตสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมไปถึงหลักสูตรที่เป็นและไม่เป็นวิชาชีพอื่นๆ ที่มีความโดดเฉพาะตัว นับว่าได้มีความก้าวหน้าในทางวิชาการ และเป็นที่ยอมรับของสังคมในระดับดีเด่น พิจารณาได้จากคะแนนของนักศึกษาที่สอบเข้าผ่านระบบกลาง ซึ่งเรามีคะแนนสูงอยู่ในลำดับ 1-2 ของประเทศในทุกสาขาวิชา ถือได้ว่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าของประเทศได้อย่างแท้จริงภายใต้ระยะเวลาอันสั้น ด้วยการทำงานอย่างทุ่มเทของคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นเลิศ เจ้าหน้าที่ที่รักองค์กร และศิษย์เก่าที่ได้พิสูจน์ถึงความรู้ ความสามารถจากระบบการเรียนการสอนของเรา ต่อสังคมภายนอก

ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม กระบวนทัศน์ในการสร้างบัณฑิตและผลิตองค์ความรู้ผ่านการวิจัยของคณะฯ จึงจำเป็นต้องพัฒนาไปบนพื้นฐานของจุดแข็งเดิมด้านความคิดตามตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ โดยเพิ่มความเชื่อมโยงและสื่อสารกับสังคมในโลกแห่งความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ทำให้วิชาการมีความใกล้ชิดกับวิชาชีพมากยิ่งขึ้น ทิศทางทางวิชาการของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในทศวรรษหน้า จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม การทำงานและแก้ปัญหาจริง รวมทั้งการมองปัญหาอย่างสร้างสรรค์ในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง สร้างให้เกิดสถาปนิกนักพัฒนา ที่มองเห็นปัญหาอย่างมีองค์รวม (Holistic Approach) อันจะสามารถตอบโจทย์จริงของสังคมได้

ในปีหน้า ที่คณะฯ จะดำเนินการมาครบรอบ 15 ปี จึงเกิดนโยบาย “15 ปี 15 ความร่วมมือ” ขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายของความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างคณะฯ และองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ สมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้แบบสองทาง เชื่อมโยงภาคการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม เข้ากับอุตสาหกรรม สร้างบัณฑิตและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และสะท้อนสังคมในโลกแห่งความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายนี้ จะแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านหลักสูตรด้านสถาปัตยกรรมหลักสูตรใหม่ ที่เป็นการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษหลักสูตรแรกของคณะฯ มีทิศทางการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาโครงการ ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านต่างๆ ในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสถาปนิกยุคใหม่ของสังคมแห่งอนาคต

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะเป็นผู้นำ ซึ่งสามารถกำหนดทิศทางของการศึกษาทางสถาปัตยกรรมและศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับภูมิภาค เราอาสาที่จะร่วมเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสถาปนิกในสังคม ด้วยระบบการผลิตบัณฑิตให้เป็นสถาปนิกนักพัฒนา ที่ทำงานเพื่อสังคม ซึ่งจะทำให้เป็นที่ยอมรับของสังคมในวงกว้าง สามารถทำงานได้อย่างกลมกลืนในวัฒนธรรมนานาชาติ มีจิตสาธารณะ เห็นปัญหาของสังคมและสิ่งแวดล้อม และมีความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อๆ ไปได้ นับได้ว่า สอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และความต้องการของสังคมโลกแห่งอนาคตอย่างแท้จริง


รองศาสตราจารย์เฉลิมวัฒน์ ตันตสวัสดิ์
คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
แนะนำคณะ
สารจากคณบดี

ในโลกปัจจุบัน ที่เป็นยุคของการสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค จนเกิดเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ที่รู้จักกันในชื่อของ AEC กอปรกับสภาพทางสังคมและสิ่งแวดล้อมระดับมหภาคที่เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ศาสตร์ด้านสถาปัตยกรรมได้ดำเนินมาเป็นระยะเวลานาน โดยมุ่งเน้นความเป็นช่าง และความเป็นศิลปิน จึงมักได้รับการมองว่าแปลกแยกตัวจากสภาพความเป็นจริงของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพสังคมแห่งอนาคต ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ถึงเวลาที่เราจะกลับมาพิจารณาจุดยืนของวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมอย่างจริงจัง เพื่อการสร้างสถาปนิกยุคใหม่ ที่ตอบสนองต่อสังคมแห่งอนาคต นับเป็นหน้าที่หลักที่สำคัญที่สุดของสถาบันการศึกษาอย่างคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้

ในรอบระยะเวลา 13 ปีเศษ ที่คณะฯ ได้เปิดการเรียนการสอนมา เราเป็นที่รู้จักของสังคมในทิศทางการเรียนรู้ที่อยู่บนพื้นฐานของตรรกะทางวิทยาศาสตร์ หลักสูตรสถาปัตยกรรมตรีควบโท 4+2 ที่ผลิตสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมไปถึงหลักสูตรที่เป็นและไม่เป็นวิชาชีพอื่นๆ ที่มีความโดดเฉพาะตัว นับว่าได้มีความก้าวหน้าในทางวิชาการ และเป็นที่ยอมรับของสังคมในระดับดีเด่น พิจารณาได้จากคะแนนของนักศึกษาที่สอบเข้าผ่านระบบกลาง ซึ่งเรามีคะแนนสูงอยู่ในลำดับ 1-2 ของประเทศในทุกสาขาวิชา ถือได้ว่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าของประเทศได้อย่างแท้จริงภายใต้ระยะเวลาอันสั้น ด้วยการทำงานอย่างทุ่มเทของคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นเลิศ เจ้าหน้าที่ที่รักองค์กร และศิษย์เก่าที่ได้พิสูจน์ถึงความรู้ ความสามารถจากระบบการเรียนการสอนของเรา ต่อสังคมภายนอก

ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม กระบวนทัศน์ในการสร้างบัณฑิตและผลิตองค์ความรู้ผ่านการวิจัยของคณะฯ จึงจำเป็นต้องพัฒนาไปบนพื้นฐานของจุดแข็งเดิมด้านความคิดตามตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ โดยเพิ่มความเชื่อมโยงและสื่อสารกับสังคมในโลกแห่งความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ทำให้วิชาการมีความใกล้ชิดกับวิชาชีพมากยิ่งขึ้น ทิศทางทางวิชาการของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในทศวรรษหน้า จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม การทำงานและแก้ปัญหาจริง รวมทั้งการมองปัญหาอย่างสร้างสรรค์ในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง สร้างให้เกิดสถาปนิกนักพัฒนา ที่มองเห็นปัญหาอย่างมีองค์รวม (Holistic Approach) อันจะสามารถตอบโจทย์จริงของสังคมได้

ในปีหน้า ที่คณะฯ จะดำเนินการมาครบรอบ 15 ปี จึงเกิดนโยบาย “15 ปี 15 ความร่วมมือ” ขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายของความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างคณะฯ และองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ สมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้แบบสองทาง เชื่อมโยงภาคการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม เข้ากับอุตสาหกรรม สร้างบัณฑิตและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และสะท้อนสังคมในโลกแห่งความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายนี้ จะแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านหลักสูตรด้านสถาปัตยกรรมหลักสูตรใหม่ ที่เป็นการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษหลักสูตรแรกของคณะฯ มีทิศทางการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาโครงการ ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านต่างๆ ในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสถาปนิกยุคใหม่ของสังคมแห่งอนาคต

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะเป็นผู้นำ ซึ่งสามารถกำหนดทิศทางของการศึกษาทางสถาปัตยกรรมและศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับภูมิภาค เราอาสาที่จะร่วมเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสถาปนิกในสังคม ด้วยระบบการผลิตบัณฑิตให้เป็นสถาปนิกนักพัฒนา ที่ทำงานเพื่อสังคม ซึ่งจะทำให้เป็นที่ยอมรับของสังคมในวงกว้าง สามารถทำงานได้อย่างกลมกลืนในวัฒนธรรมนานาชาติ มีจิตสาธารณะ เห็นปัญหาของสังคมและสิ่งแวดล้อม และมีความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อๆ ไปได้ นับได้ว่า สอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และความต้องการของสังคมโลกแห่งอนาคตอย่างแท้จริง


รองศาสตราจารย์เฉลิมวัฒน์ ตันตสวัสดิ์
คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์